(568) 986 652

แมตช์ต่อแมตช์ ก่อนเกมชี้ชะตาแชมป์ ลิเวอร์พูล VS แมนซิตี้

สถานการณ์ของ ลิเวอร์พูล ในเวลานี้ค่อนข้างจะได้เปรียบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างมาก เมื่อ “หงส์แดง” เก็บชัยชนะไปแล้ว 23 แมตช์เสมอ 1 เกมจากทั้งหมด 24 เกมส่งผลให้เก็บแต้มไปแล้ว 70 คะแนน ทิ้งห่าง “เรือใบสีฟ้า” ไปไกลสุดกู่ถึง 19 แต้มในเวลานี้ มีลุ้นที่จะคว้าแชมป์ลีกสูงสุดสมัยแรกในรอบ 30 ปี
เจอร์เก้น คล็อปป์ สร้างทัพ “เดอะ เร้ดส์” กลายเป็นทีมบ้าพลัง วิ่งแบบไม่มีหมด แถมสภาพร่างกายยังแข็งแกร่งพร้อมเจอคู่แข่งในทุกรูปแบบ และทุกสถานการณ์ นอกจากความเก่งผสมแกร่งแล้ว เรื่องดวงก็มีส่วนอยู่บ้าง เพราะในบางเกมที่เล่นไม่ดี แต่สุดท้ายก็คว้า 3 คะแนนได้สำเร็จ

ด้วยความห่างของแต้มขนาดนี้ ทำให้หลายคนต่างฟันธงแล้วว่าสาวก "เดอะ ค็อป" เตรียมรถแห่ถ้วยพรีเมียร์ลีกได้เลย เพราะพวกเขาจะยุติ 3 ทวรรษที่รอคอยแชมป์ลีกเมืองผู้ดี กระนั้น คล็อปป์ เลือกที่จะไม่หลงระเริงและเตือนสติลูกทีมอยู่เสมอว่าการลุ้นแชมป์ยังไม่จบ ฉะนั้นต้องเล่นด้วยความมุ่งมั่นแบบเกมต่อเกม

หากจะมองว่า คล็อปป์ ถ่อมตัวก็ได้ หรือจะมองว่าเขาพูดเท่ๆ เพื่อไม่ให้โดนแฟนบอลบางกลุ่มจ้องจับผิดก็ได้ แต่ความจริงก็คือว่า ณ ตอนนี้ ลิเวอร์พูล ต้องการชัยชนะอีก 8 เกมเท่านั้นจากทั้งหมด 14 แมตช์ที่เหลืออยู่ ก็เพียงพอให้พวกเขานำโทรฟี่แชมป์พรีเมียร์ลีก ไปประดับตู้โชว์ในถิ่นแอนฟิลด์ที่พีคสุดๆ ก็คือหากว่า “เดอะ เร้ดส์” กับ “เรือใบสีฟ้า” เดินหน้าเก็บชัยชนะกันได้อย่างต่อเนื่อง นั่นหมายความว่าเกมที่ 8 จะเป็นแมตช์สุดสำคัญเพราะหาก ลิเวอร์พูล เยือนเอติฮัด สเตเดี้ยม และไม่แพ้พวกเขาจะทำสถิติไร้พ่าย 49 เกมเท่ากับ อาร์เซน่อล แต่ถ้าบุกชนะ นั่นหมายถึงบทสรุปแชมป์พรีเมียร์ลีก จะสิ้นสุดที่เมืองแมนเชสเตอร์ และแชมป์จะเป็นของ “หงส์แดง” ทันที

ก่อนที่จะถึงเกมดังกล่าวเมื่อไปเช็คโปรแกรมแล้วต้องบอกว่า ลิเวอร์พูล ค่อนข้างจะเจอคู่แข่งไม่ค่อยหนักมากนัก สวนทางกับทีมของกุนซือเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่เจอคู่ต่อกรแบบสาหัสสากรรจ์เลยทีเดียว และนั่นอาจจะทำให้การลุ้นแชมป์ลีกจบก่อนที่ทั้งสองทีมต้องเจอกันในวันที่ 4 เมษายนนี้ สำหรับทีมของคล็อปป์ มีโปรแกรมที่หนักที่สุดก็คือการทำศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ เยือน เอฟเวอร์ตัน ที่สนามกูดิสัน พาร์ค ส่วน แมนฯ ซิตี้ พวกเขาต้องเจอทั้ง ท็อตแน่มฮ็อทสเปอร์ (วันอาทิตย์ที่ 2 ก.พ.), เลสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี ซึ่งทั้งหมดนี้ เป๊ปต้องนำลูกทีมไปเยือนซะด้วย

ก่อนที่จะถึงเกมดังกล่าวเมื่อไปเช็คโปรแกรมแล้วต้องบอกว่า ลิเวอร์พูล ค่อนข้างจะเจอคู่แข่งไม่ค่อยหนักมากนัก สวนทางกับทีมของกุนซือเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่เจอคู่ต่อกรแบบสาหัสสากรรจ์เลยทีเดียว และนั่นอาจจะทำให้การลุ้นแชมป์ลีกจบก่อนที่ทั้งสองทีมต้องเจอกันในวันที่ 4 เมษายนนี้

สำหรับทีมของคล็อปป์ มีโปรแกรมที่หนักที่สุดก็คือการทำศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ เยือน เอฟเวอร์ตัน ที่สนามกูดิสัน พาร์ค ส่วน แมนฯ ซิตี้ พวกเขาต้องเจอทั้ง ท็อตแน่มฮ็อทสเปอร์ (วันอาทิตย์ที่ 2 ก.พ.), เลสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี ซึ่งทั้งหมดนี้ เป๊ปต้องนำลูกทีมไปเยือนซะด้วย

อย่างไรก็ตามหากทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามการคาดการณ์ ลิเวอร์พูล ก็อาจจะสู้ต่อไปเรื่อยๆ โดยมีเงื่อนไขเพียงแค่ชนะให้ได้ 8 เกม จากโปรแกมที่เหลืออยู่ทั้งหมด แต่เชื่อว่าสาวก “เดอะ ค็อป” คงอยากลุ้นให้โปรแกรมโหดที่แมนฯ ซิตี้ ต้องเจอทำให้พวกเขาสะดุด และช่วยย่นระยะเวลาในการคว้าแชมป์ลีกให้กับ “หงส์แดง”

8 โปรแกรมสำคัญก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะปะทะกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ลิเวอร์พูล

1 ก.พ. เซาธ์แฮมป์ตัน (เหย้า)
16 ก.พ. นอริช ซิตี้ (เยือน)
25 ก.พ. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (เหย้า)
1 มี.ค. วัตฟอร์ด (เยือน)
7 มี.ค. บอร์นมัธ (เหย้า)
17 มี.ค. เอฟเวอร์ตัน (เยือน)
22 มี.ค. คริสตัล พาเลซ (เหย้า)
4 เม.ย. แมนฯ ซิตี้ (เยือน)

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

2 ก.พ. สเปอร์ส (เยือน)
9 ก.พ. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (เหย้า)
23 ก.พ. เลสเตอร์ ซิตี้ (เยือน)
1 มี.ค. อาร์เซน่อล (เลื่อน)
8 มี.ค. แมนฯ ยูไนเต็ด (เยือน)
14 มี.ค. เบิร์นลี่ย์ (เหย้า)
21 มี.ค. เชลซี (เยือน)
4 เม.ย. ลิเวอร์พูล (เหย้า)

เรื่องล่าสุด